ROYAL CREMATORIUM

งานพระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สำหรับงานพระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ทุกภาคส่วนระดมกำลังของกรมศิลปากรร่วมกันออกแบบและแบ่งงานให้ทันเวลาที่กำหนดไว้  สำนักสถาปัตยกรรมเป็นงานโครงสร้างพระเมรุมาศ  ส่วนสำนักช่างสิบหมู่จะดูแลในส่วนของผลงานเครื่องประดับพระเมรุมาศ เช่น  สัตว์หิมพานต์  เทวดา  ท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4  สัตว์ประจำทิศ   ฉากบังเพลิง   พระโกศจันทน์   พระโกศทองคำ   เป็นต้น

พระเมรุมาศครั้งนี้ออกแบบโดย  อ. ก่อเกียรติ   ทองผุด นายช่างศิลปกรรมกรมศิลปากร ทำการร่างแบบไว้  ทั้งหมด 4  แบบ

  • แบบที่ 1   แนวคิดพระมหากษัตริย์ผุ้ยิ่งใหญ่ ออกแบบพระเมรุมาศเป็นทรงบุษบก 1 ยอด
  • แบบที่ 2   ขยายต่อยอดจากแบบที่1 ให้มีลักษณะคล้ายกับพระเมรุมาศพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเป็นทรงบุษบก5 ยอด
  • แบบที่ 3  ออกแบบโดยสื่อถึงพระมหากษัตริย์รัชกาลที่9 แล้วพยายามสร้างสรรค์รูปทรงบุษบกให้แตกต่างจากที่ผ่านๆมาจึงออกแบบทรงบุษบก9ยอดพิเศษ
  • แบบที่ 4   คงความหมายของพระมหากษัตริย์ แต่ออกแบบให้พระเมรุมาศมีความสง่างามสมพระเกียรติสูงสุด เป็นทรงบุษบก  9  ยอด  (และเลือกใช้แบบนี้)

สำหรับโคมไฟเสาครุฑก็เป็นอีกส่วนหนึ่งซึ่งไม่เคยเกิดขึ้น ปกติจะใช้เสาหงส์  ฝ่ายศิลปกรรมต้องการสื่อให้ครุฑเปรียบเสมือนเป็นพาหนะของพระนารายณ์นั่นเอง  โคมไฟที่พิเศษที่สุดในครั้งนี้มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าใช้เทคนิคพิเศษ ก็คือ การฟอสน้ำยากัดแก้วให้เกิดฝ้า  ซึ่งจะทำให้ผิวของแก้วนั้นเรียบเนียนสม่ำเสมอแทนการพ่นทราย  โคมไฟที่ใช้เทคนิคนี้มีที่เสาครุฑกับรั้วราชวัตรรอบบริเวณพระเมรุมาศครับ

ด้วยเหตุนี้  กระผม วัฒน  ทิพย์วีรนันท์  จากทีมงานอีก  2  คนที่ปั้นครุฑ  คือ อ.ภราดร   เชิดชู  และ คุณภคคีตา   แก้วกัญญา  ขอเป็นตัวแทนแสดงความรู้สึก  ในการถวายงานครั้งนี้ นับเป็นความสิ้นหวังที่ยากจะหวนคืน แต่ละคนทำงานกันด้วยความเงียบ  ใครมีหน้าที่อะไรก็ต่างทำหน้าที่ของตัวเองกันไป  ในส่วนของผมนั้น   หน้าที่ของผมรับผิดชอบยู่ในส่วนของงานประติมากรรมแก้วและโคมไฟ  (รับผิดชอบเป่าโคมไฟรั้วราชวัตร เสาครุฑและพระที่นั่งทรงธรรมบางส่วน)  แต่ด้วยบรรยากาศบ่งบอกถึงความโศกเศร้า  ผมทำงานไปน้ำตาไหลไป  น้ำตาที่ไหลออกมาเองจากความรู้สึกที่คิดถึงพระองค์ท่าน   คิดถึงคำประโยคหนึ่งคือ  “เย็นศิระ เพราะพระบริบาล”   และ นึกถึงคำสอนของพระองค์เมื่อมีปัญหากับงานก็จะนึกถึงคำสอนของพระองค์ที่ว่าด้วย   “ความเพียร”   งานที่ทำถึงได้สำเร็จออกมาอย่างสวยงาม ด้วยกายและหัวใจทั้งหมดที่ผมมี ก็เพราะแรงบันดาลใจ ผมถือว่า   ผมเป็นบุคคลหนึ่งที่โชคดี  ที่ได้เป็นจุดเล็กๆจุดนึงที่ได้เข้ามาทำหน้าที่แทนประชาชนทุกคน  ถวายงานเพื่อพระองค์ให้เป็นครั้งสุดท้ายให้ดีที่สุด  และผมก็เชื่อว่า  ทุกๆคนที่มีส่วนร่วมในการถวายงานในครั้งนี้ก็คงคิดเช่นเดียวกับผมเช่นกัน  เวลาผม  อ.ภราดร   และ คุณภคคีตา   รู้สึกเหนื่อยหรือท้อ เราก็พูดคุยกัน และก็จะมองออกไปจากสนามหลวง  เห็นประชาชนที่มีความตั้งใจเข้าไปสักการะพระบรมศพ  เห็นจิตอาสามากมาย  เห็นความพยายามในการทำงานของบุคคล  ณ  จุดตรงนี้  ผม และ อ. ภราดร รวมไปถึง คุณภคคีตา  จึงมีกำลังใจที่จะทำงานต่อในทุกๆวัน  เพราะทุกคนที่มาถวายงาน ณ ตรงตรงนี้  ต่างก็มาเพื่อดวงใจดวงเดียวกัน  และเป็นศูนย์รวมหัวใจดวงเดียวกัน

ตลอดชีวิตที่ผ่านมา  ผมไม่เคยเห็นพระมหากษัตริย์องค์ใดในโลกนี้ที่ทรงงานทุกวันเหมือนเช่น  พระองค์ท่านยังคงดำรงชีวิตเหมือนคนปกติธรรมดาด้วยซ้ำ   สังเกตจากการดำรงชีวิตพื้นฐานของพระองค์  ในทุกๆเรื่อง  ไม่ว่า จะเป็น  การกิน  , ข้าวของเครื่องใช้   ยานพาหนะ  เป็นต้น   พระองค์ทรงดำรงตนอย่างคนธรรมดา เหมือนกับ ประชาชนทุกๆคนทั่วไป  ทั้งๆที่  ในสถานะ  “พระราชาของประเทศไทย”  ท่านจะอาศัยอยู่ ใน “พระราชวัง” ก็ได้    เพราะพระองค์อยู่ในสถานะที่ “ไม่ได้อยู่ในความลำบาก”  แต่ด้วยความเป็นพระมหากษัตริย์  ด้วยภาระ ด้วยหน้าที่  ด้วยคำว่า  “ประชาชน”  ที่ท่านต้องดูแลคนทั้งประเทศ  เปรียบเสมือน “ลูกๆ”  ที่พระองค์ต้องดูแล   ด้วยคำยึดมั่นของพระองค์ที่เคยบอกกับพวกเราไว้ว่า  “ที่ของข้าพเจ้าในโลกนี้ คือ การได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของข้าพเจ้า   นั่นก็คือ “คนไทยทั้งปวง”

ผมเชื่อว่า  ทุกๆคนต่างเคยได้ยินประโยคนี้  ซึ่ง เป็นพระราชดำรัสที่พระองค์ได้เคยกล่าวไว้ ให้พวกเราได้ฟังและพวกเราต่างก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้ยิน พระราชดำรัสอันทรงคุณค่าประโยคนี้เช่นกัน  ทำให้ผมเข้าใจว่า ทำไมพระองค์?  ถึงต้องดำรงชีวิตอยู่ด้วยลำบากเหมือนประชาชน   พระองค์ทรงงานหนักเพื่อปวงชนชาวไทย ถึง 4,000 โครงการ ที่พระองค์ทรงทำมามากมายนั้น ก็มิใช่ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อส่วนรวม  ทำเพื่อประชาชนของท่าน เพื่อให้ประชาชนของพระองค์อยู่รอด  มีกินมีใช้   พ้นจากความลำบาก เลี้ยงตัวเองได้   เพราะความลำบากของพระองค์ในวันเหล่านั้น  ทำให้ผมและประชาชนคนไทยทุกคนทั้งประเทศมีความสุข  ร่มเย็น ด้วยศิระ พระบริบาล ทุกวันนี้ก็ด้วยพระองค์  ผู้ทรงไม่เหน็ดเหนื่อย   ท่านเปรียบดั่งพระผู้ทรงเป็น  “องค์สมมติเทพของพระนารายณ์”  ที่อวตารลงมาดูแลทุกข์สุขของปวงประชา ให้อยู่อย่างมีความสุข

หากมองมุมกลับ ที่ท่านได้อยู่ท่ามกลางประชาชน  ผมเชื่อว่า  ตัวผมเอง และ ทุกๆคนที่ได้มีโอกาสอันสูงสุด ที่ได้เข้ามาถวายงานในครั้งนี้ เพื่อพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย  ต่างก็มีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ชิดพระองค์ใกล้ๆเช่นกัน  ถึงแม้จะเป็นสุขในสถานะที่เศร้าโศกก็ตาม  ความรู้สึกของผมในช่วงเวลานั้น  เป็นช่วงบีบหัวใจผม ถึงแม้จะไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นก็ตาม  แต่ก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด   ผมคิดเสมอว่า สิ่งที่ผมถวายงานให้พระองค์ท่าน  ผมใช้หัวใจทำ  มากกว่าคำพูด  ทำด้วยแรงกาย และหัวใจที่มี  ขนาดพระองค์ยังทรงงานด้วยหัวใจที่มีต่อประชาชน  ทำโดยไม่พูด  ไม่เรียกร้องให้ใครต้องมารักท่าน  ไม่ต้องการสิ่งตอบแทนใดๆ  และ ยังให้คำสอน  ข้อคิด ต่างๆมากมายในการดำรงชีวิตด้วยคำว่า  “พอเพียง” ที่ทุกคนเข้าใจกันมาตลอด  เพราะ ความพอเพียง  ที่พระองค์คอยบอกเรามาตลอดนั้น  สามารถดำรงชีวิตได้อยู่จริงและอยู่แบบพึ่งพาตัวเองได้  ตามแบบอย่างที่พระองค์ทำมาตลอดทั้งชีวิต  จะมีสักกี่คนที่เข้าใจความหมายนี้อย่างแท้จริง!

ผมจึงคิดเสมอว่าผมจะป่วยไม่ได้   ถึงครั้นจะมีอุปสรรคในการทำงานก็ตาม แต่ผมเชื่อเสมอว่า  “ความเพียร  ความพยายาม”  เท่านั้นที่จะสำเร็จได้   ผมจะนึกถึง  คำสอนของพระองค์มาตลอด  ว่าด้วยคำสอนของ “ความเพียร”  ที่ในหลวง ร.๙  ได้กล่าวไว้ ว่า   “ความเพียรการสร้างสรรค์ตนเองนั้น ต้องใช้เวลา  ต้องใช้ความเพียร  ต้องใช้ความอดทน  เสียสละ และไม่ย่อท้อ  และก็เป็นผลสำเร็จของงาน  โคมไฟออกมาสวยงามได้เพราะมีพระเมรุมาศที่สวยงามเหมือนดั่งสวรรค์   ความงดงามไฟในช่วงกลางคืน เวลามองออกไปแล้วมีความสุขที่ผลงานของผมสำเร็จด้วยความเพียร และ ได้เห็นประชาชนมาดูงานนิทรรศการ  มาถ่ายผลงานของผม  ถ่ายผลงานของทีมงานของพวกเราทุกคนที่ถือเป็นตัวแทนของประชาชน ผมก็หายเหนื่อย และมีความสุขทุกครั้งที่ประชาชนคนไทยให้ความสนใจในผลงานของผม และทีมงานทุกๆแผนก  นี่แหละ คือ ความสุขในการถวายงานให้กับบุคคลอันเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย

จะมีใครอีกไหมที่จะทุ่มเทได้อย่างพระองค์อีก?  สำหรับผม….ท่านคือ  Super  Hero  ที่มีลมหายใจจริงๆ และมีให้เห็นอยู่จริง  ไม่ใช่ ละคร  ภาพยนตร์  หรือ นิยายเล่มใดๆ  เพราะพระองค์ คือ Super  Hero  ในใจของผมและประชาชนของคนไทยทุกคน  ผมเชื่อว่าโลกนี้จะจดจำ  Super  Hero  ของสยามของประเทศไทยนี้ตราบนานเท่านาน ตราบลมหายใจของคนไทยทั้งปวง  ผมและพี่ๆทีมงานทุกคนภูมิใจที่ได้เกิดในรัชกาลที่ ๙

Leave A Comment