ULTRA-MINIMAL HOUSE / AGORA


บ้านเรียบหรูที่เกื้อหนุนให้ครอบครัวเกิดความใกล้ชิด

TEXT นวภัทร ดัสดุลย์ เรียบเรียง
PHOTO เปี่ยมพล จันทร์เปี่ยม
DESIGN: คุณสิทธิชัย สันติชัยเวคิน จาก บริษัท อะกอร่า จำกัด  

อาคารโมเดิร์นสีขาวล้วนหลังนี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านปัญญาอันสงบเงียบ ภาพลักษณ์ภายนอกเน้นเส้นสายของงานสถาปัตยกรรมที่เรียบนิ่งและเปิดโปร่ง ต่างออกไปอย่างชัดเจนจากบ้านหลังอื่นในละแวกเดียวกัน ในขณะที่ภายในยังแฝงไว้ซึ่งความหรูหรา เข้าตำรา Less is more สะกดสายตาของเราได้อย่างอยู่หมัดตั้งแต่แรกพบ อาคารที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้คือบ้านพักอาศัยของ คุณคิด-จิตติพร จันทรัช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กโซติกฟู้ด จำกัด (มหาชน) และ แพทย์หญิงศิริวรรณ ตั้งเจริญชัยชนะ หรือ คุณหมอแวนด้า แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและความงาม เจ้าของ Health Avenue by Dr. Vanda คลินิกดูแลผิวพรรณภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘คืนความอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ’

อาจกล่าวได้ว่าไลฟ์สไตล์ที่คล้ายกันในบางเรื่อง และต่างกันในบางอย่างของสองสามีภรรยาคู่นี้ ได้รับการบรรจุลงในพื้นที่ใช้สอยอย่างเป็นสัดส่วนลงตัว ใจกลางของบ้านออกแบบให้เป็นห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ในพื้นที่เปิดโปร่งแบบ Double Height Ceiling ตั้งอยู่ระหว่างห้อง Family Room และห้องครัว เพราะไลฟ์สไตล์ของคุณคิดเป็นคนสนุกสนาน ชอบพูดคุยและใช้เวลาอยู่กับครอบครัว นอกเหนือไปจากชอบเดินทางท่องเที่ยว อีกทั้งยังชอบทำอาหารเป็นชีวิตจิตใจ ส่วนคุณหมอแวนด้า ในความเป็นผู้หญิงร่าเริง คิดบวก และชื่นชอบงานเกี่ยวกับความสวยงาม บ้านหลังนี้คือสถานที่ซึ่งเธอชอบใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ดูแลลูกและสามี นอกเหนือไปจากการเดินทางท่องเที่ยวเช่นเดียวกัน

“ตอนที่หาทำเลสร้างบ้านหลังนี้คือกำลังวางแผนจะมีลูกคนที่ 2” คุณหมอแวนด้า ให้เหตุผลที่เธอและสามีตั้งใจเลือกหมู่บ้านปัญญา พัฒนาการ เป็นพื้นที่พักอาศัยสำหรับครอบครัว “ตอนนั้นอยู่คอนโดฯ แล้วรู้สึกว่า ถ้ามีลูกคนที่ 2 ก็อยากจะมีพื้นที่ให้ลูกๆ ได้วิ่งเล่นมากกว่านี้ จึงลองมองหาที่เพื่อสร้างบ้าน ประกอบกับหมอชอบบ้านที่อยู่ในหมู่บ้าน ก็เลยลองมาหาที่ในหมู่บ้านปัญญา เพราะได้ยินว่าหมู่บ้านนี้เก่าแก่และมีความปลอดภัยดีมาก ประกอบกับเป็นหมู่บ้านที่อนุญาตให้สร้างบ้านในแบบที่เราต้องการได้ อีกอย่างทำเลไม่ไกลจากทองหล่อ เดินทางเข้าออกสะดวก จึงตัดสินใจพยายามหาที่ โชคดีที่ได้ที่ดินและแปลงสวย ส่วนสถาปนิกได้รับการแนะนำจากเพื่อนของคุณคิดซึ่งสามารถสร้างบ้านได้ในแบบที่เราชอบด้วย ก็เลยเริ่มงาน อีกอย่างได้เห็นผลงานของสถาปนิกที่สร้างบ้านให้กับเพื่อน แล้วพอใจ จึงได้เลือกท่านนี้ออกแบบให้”

สถาปนิกที่คุณหมอแวนด้ากล่าวถึง คือ คุณสิทธิชัย สันติชัยเวคิน จาก บริษัท อะกอร่า จำกัด ซึ่งเข้ามาช่วยเนรมิตความต้องการของคุณคิดและคุณหมอแวนด้าให้ออกมาเป็นรูปธรรมอย่างสมบูรณ์แบบ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Ultra-minimal’ บ้านที่เห็นนี้จึงมีสีขาวล้วน สะอาดตา โปร่งโล่ง และเกิดความต่อเนื่องกันในทุกพื้นที่ใช้สอย เพื่อให้เอื้อสำหรับการทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัวได้มากที่สุด

“เนื่องจากเป็นคนที่ชอบความเรียบง่าย สะอาด และมีสไตล์” คุณหมอแวนด้า อธิบาย “แบบบ้านของเราจึงลงตัวที่ Ultra-minimal คือบ้านสีขาว สะอาด ดูโล่ง กระจกสูงโปร่งโล่ง ทำให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทั้งนอกและในบ้าน พื้นที่ใช้สอยในบ้านที่เชื่อมต่อให้สมาชิกทุกคนที่อยู่ในบ้านได้มีความใกล้ชิดกันและมีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกันได้มากที่สุด”

นิยามของคำว่าบ้านที่ ‘อยู่สบาย’ ในความหมายของแต่ละบุคคล อาจจะเหมือนหรือแตกต่างกันตามไลฟ์สไตล์อันเป็นปัจเจกเอกลักษณ์ แต่สำหรับคุณหมอแวนด้าและสมาชิกในครอบครัว เธอให้นิยามของคำว่าบ้านที่อยู่สบายไว้อย่างน่าฟังว่า “บ้านที่อยู่สบายคือบ้านที่เกิดจากความต้องการของสมาชิกในครอบครัวที่ลงตัว ทุกคนมีพื้นที่ใช้สอยของตัวเอง เกิดความถนัดและชอบในพื้นที่ที่ได้ใช้สอย และที่สำคัญคือการดูแลความรู้สึกซึ่งกันและกัน การให้เกียรติกัน ความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน นั่นคือสิ่งสำคัญที่ทำให้บ้าน ‘อยู่สบาย’ และไม่ว่าจะไปที่ไหน ท้ายสุดก็จะเกิดความรู้สึกอยากกลับมาพักที่บ้าน”

ภายใต้สถาปัตยกรรมที่อ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งบรรจุเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นแต่มากด้วยฟังก์ชันรวมเอาไว้ด้วยกันอย่างเป็นสัดส่วนพอดีกับการใช้ชีวิต เพราะเหตุนี้เององค์ประกอบสำคัญที่เรียกว่า ‘ความสุขของผู้อยู่อาศัย’ จึงไม่เคยขาดหายไปจากบ้านหลังนี้

“พื้นที่ใช้สอยในบ้านเชื่อมต่อให้สมาชิกทุกคนที่อยู่ในบ้าน ได้มีความใกล้ชิดกันและมีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกันได้มากที่สุด”

แพทย์หญิงศิริวรรณ ตั้งเจริญชัยชนะ

 

สถาปัตยกรรมภายนอกยังคงอ่อนน้อมถ่อมตน สีขาวล้วนไม่โดดเด่นจนข่มเพื่อนบ้าน แม้เส้นสายของงานสถาปัตยกรรมที่เรียบนิ่งและเปิดโปร่งจะแตกต่างไปจากลักษณะของบ้านหลังอื่นในละแวกใกล้เคียง

สระน้ำหน้าบ้านไม่เพียงแต่ให้ภาพที่สวยงาม ยังทำให้บ้านเย็นสบายเมื่อกระแสลมพัดผ่านเข้ามาภายในอีกด้วย

หลังคาสกายไลท์ที่เจาะช่องแสงเป็นวงกลม สร้าง Down Light ให้แสงอาทิตย์ลอดผ่านในยามเช้า รวมถึงแสงจันทร์ในยามค่ำ ซึ่งด้านล่างนี้คือบ่อเลี้ยงปลาคาร์ฟ จึงทำให้เกิดแสงธรรมชาติตกกระทบผิวน้ำ สร้างมิติความสวยงามระยิบระยับเวลานั่งมอง

ริมบ่อเลี้ยงปลาคาร์ฟ คือมุมที่เด็กๆ ชอบมานั่งเล่นมากที่สุดมุมหนึ่งในบ้าน เพราะมี Bubble Chair เป็นเสมือนชิงช้าที่เหมาะแก่การพักผ่อนอย่างยิ่ง

ห้อง Family Room

ลักษณะการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องนั่งเล่นซึ่งเป็นพื้นที่โล่งแบบ Double Height Ceiling คำนึงถึงความลงตัว สวยงาม และเกิดประโยชน์ใช้สอยสูงสุดไปพร้อมกัน โดยการจัดวาง Sofa Bed ที่มีพนักต่ำตัวใหญ่เพื่อแบ่งอาณาเขตได้พอดีและไม่บดบังทัศนียภาพเมื่อมองเข้ามาจากหน้าบ้าน

ห้องนั่งเล่น คือหนึ่งในมุมโปรดของทุกคนในครอบครัว เพราะคุณหมอแวนด้าบอกว่ามี Sofa Bed ตัวใหญ่ที่สามารถนอนก่ายกันได้อย่างสบาย อีกทั้งยังมีความสุขและสนุกสนานเวลาที่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ภายในมุมนั่งเล่นนี้จัดวางโซฟา Groundpiece สีเข้ม จากแบรนด์ FlexForm จากอิตาลี ออกแบบโดย Antonio Citterio เข้าด้วยกันกับ เลานจ์แชร์ Poltrona Frau Regina II สีขาว และโต๊ะข้างท็อปหินอ่อน Vito Small Table จากแบรนด์ FlexForm อย่างเป็นสัดส่วน พร้อมประดับโคมไฟเพดานจากแบรนด์ Artemide เป็นจุดนำสายตาที่ช่วยสร้างความน่าสนใจให้กับห้องนั่งเล่นที่โอ่โถง

ส่วนรับประทานอาหารจัดวางเชื่อมพื้นที่กับครัว พื้นที่ตรงนี้ประกอบด้วยชุดครัว Spezie จากแบรนด์ Schiffini และ โต๊ะรับประทานอาหาร รุ่น Baboli และ เก้าอี้ รุ่นPilotta จากแบรนด์ Cassina ออกแบบโดย Rodolfo Dordoni และโคมไฟเพดานจากแบรนด์ Artemide จากอิตาลี

พื้นที่บริเวณใต้บันไดออกแบบตู้เก็บของขนานไปกับบันได เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้าน

บริเวณบันไดทางขึ้นชั้นล่าง จัดวางงานประติมากรรมที่คุณคิดชื่นชอบ คือหิน Amethyst ซึ่งเป็นหินที่คุณคิดมีความฝังใจตั้งแต่วัยเด็ก พอมีโอกาสได้สร้างบ้านเอง จึงได้ไปหาซื้อมาเพื่อประดับบ้าน

ช่องทางเดินบนเชื่อมระหว่างห้องนอนมาสเตอร์ และห้องนอนของลูกๆ บนชั้น 2 ของบ้าน จัดวางอาร์มแชร์จากแบรนด์ Kartell ไว้เป็นมุมนั่งมุมบันได

ห้องนอน Master Bedroom จัดวางเตียงนอนจาก Mobilia ขนาบเลานจ์แชร์ Poltrona Frau Regina II สีขาว และโต๊ะข้างท็อปหินอ่อน Vito Small Table จากแบรนด์ FlexForm

ห้องนอน Master Bedroom พร้อมห้องน้ำ Master Bathroom และห้องแต่งตัวแบบ Walk in closet

สถาปนิกออกแบบห้องแต่งตัวแบบ Walk in closet ภายในส่วนห้องนอนมาสเตอร์ โดยเน้นการเปิดโปร่งจากผนังกระจกบานใหญ่ ผสานกับการใช้กระจกเงากรุผิวหน้าตู้เสื้อผ้าและไอร์แลนส์ เพื่อเพิ่มความรู้สึกให้ห้องแต่งตัวดูกว้างขวางยิ่งขึ้น และสืบเนื่องจากความต้องการของคุณคิดและคุณหมอแวนด้า ที่อยากมี Master Bathroom ขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้ส่วนแต่งตัวถึงกินพื้นที่จนเหลือจำกัด สถาปนิกและเจ้าของบ้านจึงตัดสินใจสร้างห้องแต่งตัวบนชั้นที่ 3 ขึ้น เพื่อให้มีประโยชน์ใช้สอยมากกว่าเดิม พร้อมทั้งมีตู้เก็บของเพิ่มและเป็นส่วนที่เพิ่มสีสันให้กับดีไซน์ของตัวบ้านดูพิเศษขึ้นอีกด้วย

สถาปนิกออกแบบห้องแต่งตัวแบบ Walk in closet ภายในส่วนห้องนอนมาสเตอร์ โดยเน้นการเปิดโปร่งจากผนังกระจกบานใหญ่ ผสานกับการใช้กระจกเงากรุผิวหน้าตู้เสื้อผ้าและไอร์แลนส์ เพื่อเพิ่มความรู้สึกให้ห้องแต่งตัวดูกว้างขวางยิ่งขึ้น และสืบเนื่องจากความต้องการของคุณคิดและคุณหมอแวนด้า ที่อยากมี Master Bathroom ขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้ส่วนแต่งตัวถึงกินพื้นที่จนเหลือจำกัด สถาปนิกและเจ้าของบ้านจึงตัดสินใจสร้างห้องแต่งตัวบนชั้นที่ 3 ขึ้น เพื่อให้มีประโยชน์ใช้สอยมากกว่าเดิม พร้อมทั้งมีตู้เก็บของเพิ่มและเป็นส่วนที่เพิ่มสีสันให้กับดีไซน์ของตัวบ้านดูพิเศษขึ้นอีกด้วย

Kid’s Room

 

Leave A Comment