ตกผลึกสถาปัตยกรรม Modernistสู่คอนโดมิเนียมยกระดับย่าน “NOBLE AROUND ARI”

 

“แรงบันดาลใจส่งต่อถึงกันได้ นับประสาอะไรกับอิทธิพลทางสถาปัตยกรรมที่สั่นสะเทือนยุคสมัยของศตวรรษที่ 20 แรงสั่นสะเทือนนั้นรุนแรงและยังคงส่งอิทธิพลถึงยุคสมัยในอีกร้อยปีให้หลัง กระทั่งยังสัมผัสได้แม้ในห้วงเวลาปัจจุบัน”

 

 

ในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ไม่มีใครไม่รู้จักชื่อ Mies Van der Rohe”สถาปนิกคนดังที่ผู้คนเปรียบให้เป็นดั่ง “พระเจ้า (God)” ของยุคสมัยที่ขับเคลื่อนด้วยความรุ่งโรจน์ของระบบอุตสาหกรรม Mies มาพร้อมกับแนวความคิดที่ก้าวหน้า จุดยืนที่แข็งกร้าว และฝีมือเฉียบขาดในการสร้างงาน เมื่อผลงานของเขาเป็นที่ประจักษ์ ใครๆ ก็ยากที่จะปฏิเสธแนวความคิดของสถาปนิกผู้เปลี่ยนวิถีชีวิตของคนยุคนี้ได้ กระทั่งมีผู้กล่าวว่า Mies ไม่ได้ออกแบบเฉพาะสถาปัตยกรรมหรือเก้าอี้เท่านั้น แต่เขายังเป็นผู้ออกแบบยุคสมัย “Modernism” เองเสียด้วยซ้ำ

Mies Van der Rohe ออกแบบผลงานที่โลกต่างรู้จัก เช่น Barcelona Pavilion บ้าน Farnsworth House และตึกสูงระฟ้าที่เปลี่ยนภูมิทัศน์ของมหานครนิวยอร์ค Seagram Building งานออกแบบของเขามีจุดร่วมตรงการเผยให้เห็นสัจจะของวัสดุ ที่ถูกนำมาใช้ประกอบเป็นสถาปัตยกรรมอย่างตรงไปตรงมา เส้นสายที่ปรากฏในงานของ Miesจึงเกิดจากองค์ประกอบที่จำเป็นที่ลดทอนสิ่งฟุ่มเฟือยอื่นจนหมดแล้ว ดังคำที่Mies ชอบใช้ว่า “น้อยแต่มาก” หรือ “Less is More” นั่นเอง

 

 

งานออกแบบของ Mies ส่งอิทธิพลต่อหลายสถาปนิกทั่วโลกทั้งร่วมสมัยและถัดจากสมัยของเขา ความโปร่ง ความเรียบโล่ง การลดทอน และวัสดุสมัยใหม่ ยังกำลังจะข้ามเวลามาปรากฏอีกครั้งในประเทศไทย เพราะย่านคึกคักของอารีย์ กำลังจะได้ต้อนรับ NOBLE AROUND ARI” คอนโดมิเนียมสุดไฮเอนด์ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจในการสรรค์สร้างจากสถาปนิกผู้นำโลกโมเดิร์นนิสซึม Mies Van der Rohe ผู้นี้

 

 

NOBLE AROUND ARI” โดดเด่นในเรื่องความสมบูรณ์ของรูปลักษณ์ อันเกิดเส้นสายเรขาคณิตที่เรียบง่ายตรงไปตรงมา ด้วยเอกลักษณ์ของการเผยสัจจะของวัสดุและโครงสร้าง ดังที่ Mies Van der Rohe เคยนิยามไว้ว่าเป็นรูปแบบ “Skin and Bone Architecture” ซึ่งหมายถึงสถาปัตยกรรมที่เผยความงามของระบบโครงสร้างอย่างไม่ปรุงแต่ง แต่แฝงจังหวะและสัดส่วนของการออกแบบได้อย่างลงตัว รวมถึงการใช้สัจจะวัสดุ อันได้แก่ เหล็กและกระจก ซึ่งยังปรากฏในอินทีเรียดีไซน์ที่จะขับเน้นความงามสะกดตาจากองค์ประกอบของงานออกแบบที่ถูกจัดวางมาอย่างเหมาะสมที่สุด เช่นงานออกแบบในทศวรรษที่ 1940 – 50 อันเป็นการย้อนกลับไปหาความงามในนิยามคำว่า “โมเดิร์น” ที่แท้ ซึ่งพวกเขาได้ให้นิยามว่าเป็น “Real Modern” จะมาปรากฏอีกครั้งในทศวรรษปัจจุบัน

 

 

รวมไปถึงแลนด์สเคปดีไซน์ อันเป็นอีกองค์ประกอบที่ครอบคลุมคอนเซ็ปต์โดยรวมของการออกแบบของโครงการ ที่พวกเขาเรียกว่า “LAND– SCAPE” ซึ่งเปรียบเป็นการนำเอาธรรมชาติเข้าโอบล้อม สอดประสาน และเน้นความสำคัญเทียบเท่ากับสถาปัตยกรรม โดยจะเห็นการใช้ต้นไม้ใหญ่เป็นส่วนต้อนรับแรกก่อนถึงตัวอาคาร เหมือนเป็นการตัดความวุ่นวายภายนอกเมื่อเข้าสู่โครงการ ซึ่งมีการดีไซน์สวนให้มีที่นั่งเป็นทรงกลม ออกแบบให้มีธารน้ำไหลรอบๆ รวมถึงการแทรกและแซมต้นไม้ตลอดทั่วทั้งบนตึก เพื่อเพิ่มความร่มรื่น ชีวิตชีวา อันเป็นคุณภาพของการใช้ชีวิตที่จะขาดไปไม่ได้

 

 

 

 

NOBLE นั้นเป็นแบรนด์คุณภาพด้านการอยู่อาศัยที่ชาวอารีย์น่าจะคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะด้วยโครงการ NOBLE REFORM, NOBLE REFLEX และ NOBLE RE:D ที่นอกจากความสวยงามของดีไซน์แล้ว ยังโดดเด่นในเรื่องของไลฟ์สไตล์ และที่ตั้งที่ใกล้รถไฟฟ้า ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตคุณภาพในแบบอารีย์ได้อย่างแท้จริง หากแต่ NOBLE AROUNDARI”นั้น กำลังจะมาสร้างความแตกต่างให้กับย่าน ด้วยรูปลักษณ์ และแนวความคิดในการออกแบบที่ก้าวหน้าทันสมัย ซึ่งจะสอดประสานไปกับการยกระดับคุณภาพของชีวิตเฉกเช่นกัน

 

 

 

 

รูปโฉมของอารีย์จึงกำลังจะเปลี่ยนไปในอีกไม่ช้า และเชื่อว่า NOBLE AROUND ARI” นั้นก็จะช่วยเปลี่ยนทัศนียภาพของกรุงเทพมหานครได้อีกระดับ ในเวลาที่กำลังจะมาถึง

ลงทะเบียน : https://goo.gl/rvKpVg

Leave A Comment