KIEW KAI KA & ARTISAN CAFE BKK


สีเขียวไข่กา อาหารไทยพื้นถิ่น และกาแฟละมุนลิ้น
ที่ซ่อนอยู่ภายในอาคารเรือนกระจกใต้อาณัติของต้นไม้ใหญ่

นับว่าเป็นหนึ่งในร้านอาหารและคาเฟ่ที่กำลังถูกพูดถึงมากที่สุดในขณะนี้ก็ว่าได้ สำหรับอาคารเรือนกระจกสองหลังติดกันภายใต้อาณัติของต้นไม้ใหญ่ ซึ่งอาคารฝั่งขวาคือส่วนของร้านอาหารไทยที่มีชื่อว่า ‘เขียวไข่กา’ และอาคารฝั่งซ้ายคือส่วนของร้านกาแฟชื่อคุ้นว่า ‘Artisan Café’ ก่อร่างสร้างตัวขึ้นบนที่ดินผืนเปล่าด้านหน้าบ้านหลังเก่าที่ถูกดัดแปลงมาเป็นสำนักงานแห่งใหม่ของ Green4Rest บริษัทรับออกแบบตกแต่งภูมิทัศน์และดูแลพื้นที่สีเขียว บริเวณปากซอยนาคนิวาส 3 (ซอยลาดพร้าว 71)

บรรยากาศสีเขียวๆ ภายนอกอาคารของ ร้านเขียวไข่กา และ Artisan Cafe

ด้านหน้าอาคารเรือนกระจกฝั่ง Artisan Cafe รับหน้าที่ดูแลเรื่องการออกแบบงานภูมิสถาปัตยกรรมโดย Green4Rest

พื้นที่รับรองสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศกลางแจ้ง

Artisan Cafe

อาคารเรือนกระจกแห่งนี้สร้างขึ้นตามความตั้งใจของ เชฟปอย-ณัฐวุฒิ นันต๊ะแขม เชฟผู้คิดค้นสูตรอาหารและหุ้นส่วนของร้านที่นำประสบการณ์ด้านการทำอาหาร และการเป็นที่ปรึกษาให้กับร้านอาหารต่างๆ กลับมาจากออสเตรเลีย เพื่อร่วมกันก่อตั้งร้านอาหารเขียวไข่กา ตามคำชักชวนของอีกหนึ่งในหุ้นส่วนอย่าง คุณตุลย์-จิรเศรษฐ์ ยกดี แห่ง Green4Rest ผู้รับหน้าที่ดูแลเรื่องการออกแบบงานภูมิสถาปัตยกรรมทั้งหมดของร้านเขียวไข่กา และ Artisan Cafe ส่วนการออกแบบสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายในทั้งหมดรับหน้าที่โดยบริษัท Proud Design ซึ่งสถาปนิกนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นนั่นก็คือ คุณภูริทัต คุณุรัตน์ เจ้าของร้านกาแฟ Artisan Cafe บนถนนวัวลาย จังหวัดเชียงใหม่ และ Artisan Cafe สาขากรุงเทพฯ แห่งนี้นั่นเอง

งานภูมิสถาปัตยกรรมของร้านตกแต่งโดย Green4Rest

งานภูมิสถาปัตยกรรมของร้านตกแต่งโดย Green4Rest

บรรยากาศภายใต้เรือนกระจกสีดำฝั่งร้านอาหารเขียวไก่กา มีการจัดวางเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัวอย่างเป็นสัดส่วน ประกอบไปกับการตกแต่งภายในโดยคุมโทนสีเขียวเป็นหลักจากผนังพิมพ์ลายเส้นธรรมชาติ และการแขวนประดับด้วยเฟิร์นตามผนังและเพดาน

บรรยากาศภายใต้เรือนกระจกสีดำฝั่งร้านอาหารเขียวไก่กา มีการจัดวางเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัวอย่างเป็นสัดส่วน ประกอบไปกับการตกแต่งภายในโดยคุมโทนสีเขียวเป็นหลักจากผนังพิมพ์ลายเส้นธรรมชาติ และการแขวนประดับด้วยเฟิร์นตามผนังและเพดาน

บรรยากาศภายใต้เรือนกระจกสีดำฝั่งร้านอาหารเขียวไก่กา มีการจัดวางเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัวอย่างเป็นสัดส่วน ประกอบไปกับการตกแต่งภายในโดยคุมโทนสีเขียวเป็นหลักจากผนังพิมพ์ลายเส้นธรรมชาติ และการแขวนประดับด้วยเฟิร์นตามผนังและเพดาน

ด้านบริการเชฟปอยบอกกับเราว่า ที่นี่เน้นการบริการแบบเป็นกันเอง และตั้งใจตกแต่งร้านให้มีบรรยากาศผ่อนคลายเสมือนลูกค้าได้มานั่งกินข้าวบ้านเพื่อน มีการคุมโทนสีของร้านด้วยสีเขียวไข่กา ซึ่งเป็นทั้งชื่อของร้านและเฉดสีหลักของการตกแต่งคละไปกับความดิบของวัสดุอิฐเปลือย และงานเหล็กในสไตล์ลอฟต์ นอกจากนี้คำว่าเขียวไก่กายังสามารถแยกความหมายแฝงนัยออกจากกันเป็นคำว่า เขียว หมายถึง เฉดสีของธรรมชาติ ไข่ หมายถึง อาหาร และ กา หมายถึง กาแฟ ได้อีกด้วย

สำหรับความอร่อยที่รออยู่ที่นี่ คุณจะพบกับอาหารไทยพื้นถิ่นหาทานยากจากทุกภูมิภาคมารวมกัน เช่น ยำไหลบัวกุ้งสด, ปลาช่อนนาจำศีล, แกงคั่วปูใบชะพลู, แกงขาหมูใบชะมวง, ยำส้มโอ, หลนปลากุเลา, ข้าวซอย และแกงฮังเล เป็นต้น ส่วนคอกาแฟนั้น แค่เดินข้ามฝั่งอาคารไปก็สามารถเลือกละเลียดเมนูกาแฟถ้วยโปรดของตัวเองได้ง่ายๆ ซึ่งในอนาคตช่วงเย็นๆ ของฝั่ง Artisan Cafe จะมีดนตรีสดมาเสิร์ฟให้ฟังกันอีกด้วย ซึ่งก็คงจะช่วยขับบรรยากาศให้น่านั่งชิลขึ้นไปอีกได้ไม่น้อยทีเดียว

หลนปลากุเลา และผักเคียง ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ลงตัวมาก

Hot Latte หอม มัน เข้ม กำลังดี

น้ำแตงโมปั่น ช่วยดับกระหายคลายร้อน

 

Contact: ร้านเขียวไข่กา และ Artisan Cafe
ซอยนาคนิวาส 3 (ซอยลาดพร้าว 71) ลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230
เปิดบริการทุกวัน เวลา 7.00-00.00 น. (ส่วนของร้านกาแฟ)
และ 11.00-00.00 น.(ส่วนของร้านอาหาร)
สำรองที่นั่งล่วงหน้าโทร.0-2102-6388

Leave A Comment