บ้าน(พักตากอากาศ)เชื่อมสัมพันธไมตรี

ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ดีนั้น ต้องเริ่มจากสมาชิกทุกคนพร้อมใจกันเปิดอกพูดคุย โดยไม่มีกำแพงมาเป็นตัวปิดกั้นระหว่างกลาง เช่นเดียวกับบ้านตากอากาศหลังนี้ที่นอกจากจะออกแบบโดยสะท้อนไปถึงตัวตนของเจ้าของบ้าน ที่รักในความสนุกสนานและการพักผ่อนร่วมกับคนที่ตัวเองรักแล้ว บ้านหลังนี้ยังสามารถเปิดพื้นที่ทุกส่วนเชื่อมถึงและมองเห็นกันได้ ซึ่งจะว่าไปก็เปรียบเสมือนกับสมาชิกทุกคนที่พร้อมใจกันหันหน้ามาเปิดอกพูดคุยโดยไร้ซึ่งกำแพงมาขั้นกลาง

บ้านพักตากอากาศขนาด 260 ตารางเมตร สำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ของ คุณพล ศรีพงศ์เพา ซึ่งตั้งอยู่ติดกับชายหาดเจ้าสำราญ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ได้รับการออกแบบขึ้นโดยบริษัทสถาปนิก IDIN Architects ให้ทุกพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านเอื้อต่อการมาใช้เวลาร่วมกันมากที่สุด

ในส่วนการออกแบบรูปฟอร์มของอาคาร สถาปนิกเริ่มต้นจากการกำหนดพื้นที่พักผ่อนอย่างห้องนอนทั้งสามห้อง ให้กระจายกำลังกันเป็นกล่องอาคารสามกล่องที่วางตัวเหลื่อมซ้อนกัน ซึ่งช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้อาคารดูมีความหวือหวา สนุกสนาน และเกิดความน่าสนใจเมื่อมองเข้ามาจากภายนอก ในขณะเดียวกันสถาปนิกก็ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ส่วนกลางเป็นตัวผสานกล่องอาคารทั้งสามให้กลับมาสู่ความเป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้ง

ผนังกระจกทำหน้าที่ปิดล้อมพื้นที่ส่วนกลางแต่ไม่ทำให้รู้สึกปิดทึบ เพราะสามารถมองเห็นวิวภายนอกได้เพียงแค่เลื่อนม่านออก ทั้งนี้กล่องอาคารทั้งสามกล่อง สถาปนิกเลือกใช้ไม้เทียมซึ่งทนต่อสภาพอากาศแทนไม้จริง เพื่อง่ายต่อการดูแลรักษา อีกทั้งยังออกแบบให้มีหน้าต่างบานเฟี้ยมที่สามารถเปิดรับลมและแสงธรรมชาติผ่านเข้าสู่ด้านในได้อย่างทั่วถึง

บริเวณพื้นที่ส่วนกลางเป็นโถงอาคารแบบดับเบิ้ลสเปซ จึงให้ความรู้สึกโปร่งโล่งเป็นสองเท่าและเปิดโอกาสให้ทุกพื้นที่ระหว่างชั้นล่างและชั้นบนสามารถมองเห็นกัน พูดคุยกันข้ามสเปซโดยไม่ต้องเดินไปหากัน

บริเวณพื้นที่ส่วนกลางเป็นโถงอาคารแบบดับเบิ้ลสเปซ จึงให้ความรู้สึกโปร่งโล่งเป็นสองเท่าและเปิดโอกาสให้ทุกพื้นที่ระหว่างชั้นล่างและชั้นบนสามารถมองเห็นกัน พูดคุยกันข้ามสเปซโดยไม่ต้องเดินไปหากัน

ด้วยฟังก์ชันหลักของพื้นที่ส่วนกลางซึ่งเป็นโถงอาคารแบบดับเบิ้ลสเปซ ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับจำนวนสมาชิกมากกว่า 10 ชีวิต ให้สามารถเข้ามาใช้พื้นที่ร่วมกันได้โดยไม่รู้สึกอึดอัด ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนหรือการสังสรรค์ก็ตามแต่ ทว่าสถาปนิกก็ไม่ลืมที่จะแอบหย่อนพื้นที่ส่วนตัวไว้เผื่อสมาชิกบางคนที่ต้องการเวลาส่วนตัวในบางอารมณ์ด้วยเช่นกัน อาทิ มุมนั่งเล่นที่ขึงตาข่ายรับน้ำหนักผู้ใช้งานบริเวณเหลี่ยมอาคารตรงชานพักของบันไดทางขึ้นชั้นสอง ซึ่งสามารถนั่งอ่านหนังสือหรือนั่งชมวิวทะเลจากระยะไกลได้ตามความประสงค์ ตลอดจนมุมนั่งพักตากอากาศภายนอกบริเวณชานกว้างหน้าบ้าน เป็นต้น

หรือแม้แต่ห้องนอนซึ่งเป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวก็จริง สถาปนิกเองยังออกแบบห้องนอนชั้น 1 เกิดความต่อเนื่องกับพื้นที่ส่วนกลางเพียงแค่เปิดประตูบานเลื่อนออก ในขณะที่ห้องนอนบนชั้นสองทุกห้องออกแบบให้สมาชิกในห้องหนึ่งสามารถเปิดหน้าต่างยื่นหน้าออกมาทักทายกับสมาชิกที่อยู่ห้องตรงข้ามได้อย่างอิสระ รวมไปถึงก้มลงมามองความเคลื่อนไหวและพูดคุยกันระหว่างชั้นบนและชั้นล่างได้อย่างสะดวกอีกด้วย

เพราะทุกพื้นที่ภายในบ้านถูกออกแบบขึ้นโดยไม่มีการปิดกั้นพื้นที่ส่วนตัวแบบของใครของมันอย่างถาวร ความสัมพันธ์ของสมาชิกทุกคนจึงไม่ถูกผนังปิดทึบเป็นกำแพงคอยกั้นขวางในทุกกิจกรรมที่สามารถใช้เวลาร่วมกันในวันหยุดสุดสัปดาห์ นับได้ว่าบ้านพักตากอากาศหลังนี้เป็นหนึ่งสถานที่ซึ่งสามารถเป็นบ่อเกิดของความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นภายในครอบครัวได้อย่างแท้จริง

ฟังก์ชันหลักของพื้นที่ส่วนกลางได้รับการออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนและสังสรรค์โดยเฉพาะ อีกทั้งยังต้องสามารถรองรับจำนวนสมาชิกมากกว่า 10 ชีวิต ให้สามารถใช้พื้นที่ร่วมกันได้โดยไม่รู้สึกอึดอัด

โต๊ะรับประทานอาหารมาพร้อมฟังก์ชันที่สามารถเลื่อนเก้าอี้เข้าและออกได้ตามการใช้งานจริง ซึ่งช่วยลดความหนาแน่นของจำนวนเก้าอี้ลงไปในตัว พร้อมทั้งยังเปิดพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมอื่นๆ ได้อย่างอเนกประสงค์

ห้องนอนบนชั้นสองออกแบบโดยแยกส่วนพักผ่อนกับมุมนั่งเล่นออกจากกันด้วยประตูบานเฟี้ยมที่สามารถเลื่อนเปิดได้ นอกจากนี้ห้องนอนทั้งสองฝั่งยังออกแบบให้มีหน้าต่างบานเฟี้ยมที่สามารถเปิดออกเพื่อเห็นหน้าและพูดคุยกันข้ามสเปซได้สะดวก

Text: Mr.Daybeds
Photo: Spaceshift Studio
Architect: IDIN ARCHITECTS (Jeravej Hongsakul, Sethapong Phisitthawanich )
Interior Architect: IDIN ARCHITECTS (Thuwanont Ruangkanoksilp)
Structural engineer: Pakanut Siriprasopsothorn

Leave A Comment